เช้าวันที่สามหลังจากนอนพักผ่อนเต็มที่เมื่อคืน ตืนเช้ามาอาบน้ำแต่งตัวแล้วบอกเพื่อนว่าจะไปเดินเก็บภาพสวยๆหน้าโรงแรมแล้วค่อยกลับมาบุฟเฟ อาหารเช้าที่โรงแรม ไม่ผิดหวังพอออกมา้ามถนนก็เจอบวนแห่ศพองคนเวียตนามเขาทำกันแต่เช้าเลย มีธงนำหน้าเสียงดนตรีตามมา
จากการหยุดดูและถ่ายภาพขบวนแห่ศพ แล้วรีบเดินเก็บภาพสะพานมังกร และรูปปั้นปลามังกร ได้ภาพสวยๆอีกแบบ และได้รับทราบอีกว่าสะพานแห่งความรักจริงๆเป็นโป๊ะเรือ นั่นเอง
เรือสำราญลำใหญ่ที่จอดนิ่งเป็นภัตราคารหรูๆที่มีสะพานเล็กข้้ามไปให้คนไปนั่งตอนกลางคืนคึกคักมาก
สะพานมังกรยามกลางวันที่ธรรมดา แต่กลางคืนตกแต่งไฟสวยงามจนคนหลงไหลพากันออกมาเที่ยว
ภาพถ่ายจากบนสะพานความรักที่มีกุญแจล็อกมากมาย ที่แท้เป็นท่าจอดเรือยนต์แบบสปีดโบท
 |
| ไหนๆก็มาแล้วเชลฟี่หน่อย |
 |
| สองมังกรหันหน้าชนกัน |
 |
| บรรดาลูกกุญแจที่คู่รักเอามาล็อกไว้ เรียนแบบที่เกาหลีหรือปล่าว? |
รูปหัวใจสีแดงนั้น เป็นการลงทุนของบริษัทเอกชน ผมไปมองที่เสาเขาจะมีการโฆษณาด้วย ดีครับบูรณาการกัน
มีให้ชมทุกมุม ผมรีบถ่ายเพราะต้องกลับไปทานอาหารเช้าแล้วขึ้นรถตามเวลาไม่งั้นไกด์จะต่อว่า ผู้โดยสารลูกทัวร์ก็จะไม่พอใจเอา
หลังจากอาหารเช้าเก็บเสื้อผ้าชุดเล็กลงกระเป๋าเล็กเพราะต้องไปนอนบนบาน่าฮิลล์ กระเปป๋าใหญ่ทิ้งไว้บนรถบัสครับ ก่อนไปขึ้นกระเช้าไกด์พาเราไปวัดเทียนมู่ ไหว้พระเจดีย์เทียนมู่ แปดเหลี่ยม แปดชั้น ตั้งบนฝั่งแม่น้ำหอมฝั่งซ้าย ณ ที่แห่งนี้มีการเก็บรถออสตินสีฟ้าคันประวัติศาสตร์ที่โลกต้องจารึกเนื่องจากมีพระจีนขับรถคันนี้ไปรากน้ำมันเผาตัวเองประท้วงรัฐบาลเวียตนามที่ทำลายพระพุทธศาสนา หน้าวักมีของฝากของที่ระลึกขาย เลือกได้ตามชอบใจราคาไม่แพง รับเงินบาทด้วย ผมแวะเข้าห้องน้ำห้าบาทครับให้แบ้งค์ยี่สิยเขามีเหรียญห้าทอนมาด้วย ดีจัง
วัดเทียนมู่ ตั้งอยู่ฝั่งซ้ายของริมแม่น้ำหอมของประเทศเวียดนาม ทางไปสุสานของพระเจ้ามิงห์หม่าง วัดแห่งนี้นับเป็นศูนย์กลางทางพุทธศาสนานิกายเซน จุดเด่นที่สุดของวัดแห่งนี้คือ เจดีย์ทรงเก๋ง 8 เหลี่ยม สูงลดหลั่นกัน 7 ชั้น แต่ละชั้นเป็นตัวแทนของชาติภพต่างๆ ของพระพุทธเจ้า ส่วนทางฝั่งซ้ายและขวาเป็นที่ตั้งของศิลาจารึกและระฆังสำริดขนาดใหญ่หนักถึง 2,000 กิโลกรัม ถัดมาทางด้านหลังของเจดีย์เป็นประตูทางเข้าสู่บริเวณภายในวัด มีรูปปั้นเทพเจ้า 6 องค์ คอยยืนเฝ้าปกป้องไม่ให้ความชั่วร้ายเข้ามาเยือนและวัดแห่งนี้เองมีความสำคัญทางประวัติศาสตร์และการเมืองในช่วงยุคหลังของเวียตนาม เมื่อพระภิกษุทิกกวางหยุก เจ้าอาวาสของวัดเทียนมู่ได้ใช้รถออสตินสีฟ้าคันเล็กเป็นพาหนะไปเผาตัวเองที่กลางกรุงไซ่ง่อนหรือโฮจิมินห์ซิตี้ในปัจจุบัน ในช่วงสายของวันที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2506 เพื่อประท้วงการบังคับให้ประชาชนไปนับถือศาสนาคริสต์และการฉ้อราษฎร์บังหลวงของรัฐบาลโงดินห์เดียมที่เป็นคาทอลิก รวมทั้งใช้ความรุนแรงขัดขวางการฉลองวันวิสาขบูชาของประชาชนในประเทศ ปัจจุบันรถออสตินสีฟ้าคันนั้นได้ถูกเก็บรักษาและจัดแสดงไว้ภายในวัดแห่งนี้
 |
| เรือมังกรบริเวณหน้าวัด |
 |
| พี่สาวกับเจดีย์แปดเหลี่ยมสวยงาม |
 |
| ต้องถอยหลังจึงได้ภาพเต็ม |
 |
| ลวดลายพุทธประวัติบนหลังคา |
 |
| รถออสตินสีฟ้าที่ว่าพระับนำมาเผาตัวเอง |
 |
| สวนไม้ดัดงดงามมาก |
บริเวณหน้าวัด มีร้านขายของฝากและของที่ระลึก เวลาซึ้อของฝาก กรุณาต่อรองราคา 50 - 70 % นะครับ (ถ้าเขาไม่ให้ก็แกล้งเดินหนี แล้วแม่ค้าก็จะเดินตามมาขายท่านเองแหละครับ รับประกันว่าซื้อของนะต้องต่อรองกันจริงๆ นี่แหละครับ...เสน่ห์แห่งเวียตนาม)
 |
| ไปทุกที่จะมีมะพร้าว และน้ำอ้อยคั้น |
 |
| ผลไม้คล้ายบ้านเรา |
 |
| มีดอกสาละกำลังบานสวย |
 |
| แม่น้ำหอม |
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น